การเข้าครอบครองและใช้ประโยชน์ในอสังหาฯที่ถูกเวนคืนของเจ้าหน้าที่

เมื่อกระบวนการเวนคืนได้ดำเนินการจนแล้วเสร็จแล้ว ผลของการเวนคืนดังกล่าวย่อมทำให้อสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนนั้นตกเป็นของรัฐ แต่มีข้อที่ต้องพิจารณาต่อไปว่ากรรมสิทธิ์จะตกเป็นของรัฐเมื่อใด และเจ้าหน้าที่ของรัฐมีอำนาจครอบครองและใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์เมื่อใด หากพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 แล้ว จำแนกได้ดังนี้ กรณีที่ตกลงซื้อขายกันได้ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ให้ถือว่าได้โอนกันนับแต่วันที่มีการชำระเงินค่าอสังหาริมทรัพย์ตามสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น ตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน และในการเข้าครอบครองหรือใช้ประโยชน์นั้น เนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวมิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการกำหนดเงื่อนไขการเข้าครอบครองหรือใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถตกลงซื้อขายกันได้ไว้โดยเฉพาะ ดังนั้น จึงต้องถือตามหลักแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์โดยเจ้าของทรัพย์สินย่อมมีสิทธิใช้สอยทรัพย์สินของตน ด้วยเหตุนี้เมื่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530...

ขั้นตอนการเวนคืนกรณีการตราพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกาฯ

ในกรณีเจ้าหน้าที่เวนคืนหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่เวนคืนทำการตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนแล้ว แต่ไม่อาจทำการตกลงซื้อขายกันได้ และรัฐยังคงมีความจำเป็นต้องได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของโครงการหรือใช้ในกิจการของรัฐ เจ้าหน้าที่นั้นก็อาจทำเรื่องเสนอต่อรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินการให้มีการตราเป็นพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ต่อไป เพื่อเป็นการบังคับโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองมาเป็นของรัฐต่อไป ทว่า ในบางกรณีของการเวนคืนที่รัฐอาจสำรวจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้นๆแล้ว และการสำรวจนั้นไม่มีอุปสรรค์ใด เช่นนี้ก็ไม่มีความจำเป็นที่รัฐจะต้องตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อให้เกิดอำนาจที่จะเข้าไปสำรวจข้อเท็จจริงดังกล่าว ในกรณีที่รัฐทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนที่แน่นอนแล้ว รัฐย่อมที่จะตราพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวได้ทันที ซึ่งกรณีนี้จะถือว่ากระบวนการเวนคืนตามกฎหมายได้เริ่มขึ้นนับแต่พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มีผลบังคับใช้ โดยจะต้องมีการปิดประกาศสำเนาพระราชบัญญัติดังกล่าวพร้อมทั้งแผนที่หรือแผนผังท้ายพระราชบัญญัติและรายชื่อเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ณ สถานที่ที่กฎหมายกำหนด ซึ่งผลในทางกฎหมายจะถือว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นได้ตกเป็นของรัฐนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มีผลใช้บังคับ แต่เจ้าหน้าที่จะเข้าครอบครองหรือใช้ประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อได้จ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนแล้ว โดยในการพิจารณากำหนดเงินค่าทดแทนในกรณีนี้เพื่อพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวมีผลใช้บังคับ รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติดังกล่าวจะแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นขึ้นเพื่อทำหน้าที่กำหนดราคาค่าทดแทนเบื้องต้นให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินค่าทดแทน ซึ่งคณะกรรมการนี้จะต้องดำเนินการกำหนดราคาค่าทดแทนการเวนคืนให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง หากมีเหตุจำเป็นไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด คณะกรรมการดังกล่าวก็สามารถขอรัฐมนตรีขยายระยะเวลาออกไปได้อีกไม่เกิน...

ขั้นตอนการเวนคืนกรณีตราเป็นพระราชกฤษฎีกาฯ

ขั้นตอนการเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ก่อนที่รัฐจะดำเนินการเกี่ยวกับการเวนคืนได้นั้นรัฐจะต้องดำเนินการสำรวจเพื่อให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่จะทำการเวนคืนก่อน  ซึ่งบางครั้งในการเข้าสำรวจอาจไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าของหรือผู้ครอบครอง ดังนั้นรัฐจึงต้องตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการเข้าไปสำรวจที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นที่อยู่ในบริเวณเขตที่ดิน ทั้งนี้ ในการดำเนินการรัฐจะต้องปิดประกาศสำเนาแห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวพร้อมทั้งแผนที่หรือแผนผังท้ายพระราชกฤษฎีกาไว้โดยเปิดเผย ณ สถานที่ต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด กระบวนการเวนคืนกรณีที่มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนใช้บังคับนั้น เจ้าหน้าที่เวนคืนจะมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งอาจสรุปได้เป็น 4 ขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้ (1) ขั้นตอนการสำรวจข้อเท็จจริง เมื่อพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนใช้บังคับแล้ว เจ้าหน้าที่เวนคืนหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายมีอำนาจเข้าไปในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นที่อยู่ในเขตที่ดินตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกา เพื่อกระทำกิจการเท่าที่จำเป็น เพื่อทำการสำรวจและเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนที่แน่นอน โดยมีเงื่อนไขว่าต้องแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มกิจการนั้น ตามมาตรา 8...

รูปแบบและกระบวนการเวนคืน

เมื่อรัฐมีความจำเป็นที่จะต้องได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ของรัฐนั้น รัฐอาจจำเป็นต้องดำเนินการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์นั้น ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ซึ่งถือเป็นกฎหมายกลาง ที่กำหนดวิธีการและขั้นตอนปฏิบัติในการเวนคืน ซึ่งในการเวนคืนส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มต้นโดยการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืนก่อน แต่ก็ไม่จำเป็นว่าในการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ รัฐจะต้องตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนก่อนเสมอไป เนื่องจากพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพียงเพื่อให้เจ้าหน้าที่เวนคืนมีอำนาจเข้าไปสำรวจเพื่อทราบข้อเท็จจริงที่แน่นอนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเวนคืนเท่านั้น ตามมาตรา 5 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.  2530 ที่บัญญัติว่า “เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการเวนคืนตามวรรคหนึ่ง จะตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนไว้ก่อนก็ได้” ดังนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่เวนคืนหรือผู้ได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่เวนคืนสามารถทำการตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่จะถูกเวนคืนกันได้ก็จะทำสัญญาซื้อขายกัน แต่หากตกลงกันไม่ได้ก็จะต้องตราพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เป็นการบังคับเวนคืนต่อไป ตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์...

ผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการเวนคืน

ในการดำเนินการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์นั้น เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญ  ได้แก่ รัฐมนตรีผู้รักษาการ เจ้าหน้าที่เวนคืน คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้น และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เงินค่าทดแทน รัฐมนตรีผู้รักษาการ หมายถึง รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน หรือรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ แล้วแต่กรณี ซึ่งมีอำนาจหน้าที่หลักในการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นของอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืน และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เงินค่าทดแทน การขยายระยะเวลาการพิจารณากำหนดราคาเบื้องต้น การนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติให้คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นพิจารณาแก้ไขราคาของอสังหาริมทรัพย์หรือราคาเบื้องต้น เสียใหม่ในกรณีที่ภายหลังการประกาศกำหนดราคาเบื้องต้น ราคาที่ดินได้เพิ่มสูงขึ้นและราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่เจ้าหน้าที่ได้จ่ายไปแล้วตามมาตรา 10 หรือราคาเบื้องต้นที่ได้ประกาศไปแล้วตามมาตรา 9 ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทน การสั่งให้คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นทบทวนการกำหนดราคาของอสังหาริมทรัพย์หรือจำนวนเงินค่าทดแทนเบื้องต้นใหม่หรือแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 23 ให้ปฏิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการชุดเดิม...

ความหมายของการเวนคืน

เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า "สิทธิในทรัพย์สิน" ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยมีการบัญญัติรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุที่ทรัพย์สินโดยเฉพาะ "ที่ดิน" ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่ทั้งนี้สิทธิในทรัพย์สินดังกล่าวนั้นอาจถูกจำกัดสิทธิได้ในกรณีมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ เช่นในกรณีที่รัฐมีความจำเป็นต้องใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อก่อสร้างโครงการ หรือดำเนินการใด ๆ อันเป็นประโยชน์แก่ประเทศและประชาชน รัฐอาจดำเนินการได้หลายวิธี เช่น ทำสัญญาซื้อขายกับเอกชน เช่าทรัพย์ หรือโดยการเวนคืน เป็นต้น การเวนคืน หมายถึง การที่รัฐใช้อำนาจตามกฎหมายพรากเอาที่ดินของเอกชนมาเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดินนั้นก่อน เพื่อนำมาใช้ในงานอันเป็นประโยชน์สาธารณะภายใต้เงื่อนไขว่าต้องมีการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่เอกชนด้วยการชดใช้ค่าทดแทนที่เป็นธรรม ซึ่งอำนาจการเวนคืนนี้ ย่อมครอบคลุมไปถึงสิทธิทุกประเภทที่เกี่ยวเนื่องกับที่ดิน...

Block title

สิทธิประโยชน์และสวัสดิการ : ขอให้จ่ายเงินเดือนให้แก่ผู้ฟ้องคดี

ประเด็นคดีปกครองนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ขณะผู้ฟ้องคดีรับราชการตำแหน่งนายช่างโยธา 5 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2550 เป็นเวลา 6 เดือน ต่อมา จังหวัดได้มีหนังสือลงวันที่ 4 ธันวาคม 2550 ส่งตัวผู้ฟ้องคดีกลับต้นสังกัดเดิม ที่องค์การบริหารส่วนตำบลส. เพื่อออกคำสั่งโอน (ย้าย) ผู้ฟ้องคดีไปองค์การบริหารส่วนตำบลก. แต่ผู้ฟ้องคดีไม่ได้เข้าไปรายงานตัวและไม่ได้ปฏิบัติงานที่องค์การบริหารส่วนตำบลส.ต้นสังกัดเดิม โดยผู้ฟ้องคดีไม่ได้ยื่นใบลาแต่อย่างใด ผู้ถูกฟ้องคดี (นายกองค์การบริหารส่วนตำบลส.)...

เรื่องล่าสุด

สิทธิประโยชน์และสวัสดิการ : ขอให้จ่ายเงินเดือนให้แก่ผู้ฟ้องคดี

ประเด็นคดีปกครองนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ขณะผู้ฟ้องคดีรับราชการตำแหน่งนายช่างโยธา 5 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2550 เป็นเวลา 6 เดือน ต่อมา จังหวัดได้มีหนังสือลงวันที่ 4 ธันวาคม 2550 ส่งตัวผู้ฟ้องคดีกลับต้นสังกัดเดิม ที่องค์การบริหารส่วนตำบลส. เพื่อออกคำสั่งโอน (ย้าย) ผู้ฟ้องคดีไปองค์การบริหารส่วนตำบลก. แต่ผู้ฟ้องคดีไม่ได้เข้าไปรายงานตัวและไม่ได้ปฏิบัติงานที่องค์การบริหารส่วนตำบลส.ต้นสังกัดเดิม โดยผู้ฟ้องคดีไม่ได้ยื่นใบลาแต่อย่างใด ผู้ถูกฟ้องคดี (นายกองค์การบริหารส่วนตำบลส.)...