การแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องคดีปกครอง

กรณีการฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ผู้ฟ้องคดีอาจยื่นคำขอต่อศาลเพื่อขอแก้ไขหรือเพิ่มเติมคำฟ้อง ซึ่งในการยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องนั้นต้องยื่นก่อนวันสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริง เนื่องจากบรรดาคำฟ้องเพิ่มเติม คำให้การ คำคัดค้านคำให้การ คำให้การเพิ่มเติม รวมทั้งพยานหลักฐานอื่นๆที่ยื่นต่อศาลหลังวันสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริง ไม่ให้ศาลรับไว้เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนคดี และไม่ต้องส่งสำเนาให้คู่กรณีที่เกี่ยวข้อง และคำคัดค้านคำให้การของผู้ฟ้องคดีให้มีได้เฉพาะในประเด็นที่ได้ยกขึ้นกล่าวในคำฟ้อง คำให้การ หรือที่ศาลกำหนดเท่านั้น  หากผู้ฟ้องคดีทำคำคัดค้านคำให้การโดยมีประเด็นหรือคำขอเพิ่มเติมขึ้นใหม่ต่างจากคำฟ้อง คำให้การ หรือที่ศาลกำหนดให้ศาลสั่งไม่รับประเด็นหรือคำขอใหม่นั้นไว้พิจารณาได้  นอกจากนี้ คำขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องจะต้องเกี่ยวกับคำฟ้องเดิมพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ ในกรณีที่ในคำฟ้องเดิมไม่มีการเรียกค่าเสียหายหากภายหลังผู้ฟ้องคดีมีความประสงค์จะเรียกค่าเสียหายภายหลังจากที่ได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลแล้วนั้น เป็นกรณีการฟ้องเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ตามมาตรา...

การขอทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครอง

การเขียนคำร้องขอทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครอง ตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 ข้อ 69 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า "การฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนกฎหรือคำสั่งทางปกครอง ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองนั้น เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น" วรรคสอง "ผู้ฟ้องคดีอาจขอมาในคำฟ้องหรือยื่นคำขอในเวลาใดๆ ก่อนศาลจะพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดี เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครอง อันจะมีผลเป็นการชะลอหรือระงับการบังคับตามผลของกฎหรือคำสั่งทางปกครองไว้เป็นการชั่วคราว" วรรคสาม "คำขอของผู้ฟ้องคดีตามวรรคสอง ต้องแสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่าประสงค์จะขอทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองใด และการให้กฎหรือคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับต่อไปจะทำให้เกิดความเสียหายที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลังอย่างไร" ดังนั้นในการฟ้องคดีเพื่อขอให้ศาลเพิกถอนกฎหรือคำสั่งทางปกครอง หากผู้ฟ้องคดีมีความประสงค์ให้ศาลกำหนดวิธีการชั่วคราวโดยการทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองนั้น ผู้ฟ้องคดีอาจขอมาในคำฟ้องหรือยื่นคำขอในเวลาใดๆ ก่อนศาลจะพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดี ในการพิจารณาคำขอทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองนั้น ศาลอาจพิจารณาจากเกณฑ์...

การร้องสอดในคดีปกครอง

ในเรื่องของการร้องสอดในคดีปกครองนั้น บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่กรณีอาจเข้ามาเป็นคู่กรณีได้ด้วยการร้องสอด ทั้งนี้ ให้นำความในมาตรา 57 และมาตรา 58 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม  หลักเกณฑ์การร้องสอดในคดีปกครอง (1) เข้ามาเป็นคู่กรณีฝ่ายที่สาม เป็นกรณีที่บุคคลภายนอกเข้ามาในคดีด้วยความสมัครใจเอง เพราะเห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณา หรือเมื่อตนมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีนั้น (2) เข้ามาเป็นคู่กรณีร่วม เป็นกรณีบุคคลภายนอกเข้ามาในคดีด้วยความสมัครใจเอง เพราะตนมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีนั้น โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลไม่ว่าเวลาใดๆ ก่อนมีคำพิพากษาขออนุญาตเข้าเป็นผู้ฟ้องคดีร่วมหรือผู้ถูกฟ้องคดีร่วม หรือเข้าแทนที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียทีเดียว โดยได้รับความยินยอมของคู่ความฝ่ายนั้น (3) ศาลหมายเรียกให้เข้ามาในคดี (3.1) ตามคำขอของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งแสดงเหตุว่าตนอาจฟ้องหรือถูกคู่ความเช่นว่านั้นฟ้องตนได้เพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือเพื่อใช้ค่าทดแทน...

การถอนคำฟ้องคดีปกครอง

การเขียนคำร้องขอถอนคำฟ้อง ผู้ฟ้องคดีอาจดำเนินการถอนคำฟ้องในเวลาใดๆ ก่อนศาลจะพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดีโดยทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้ฟ้องคดียื่นต่อศาล แต่ถ้าในกรณีที่ผู้ฟ้องคดีถอนคำฟ้องด้วยวาจาต่อหน้าศาลในระหว่างการไต่สวนหรือการนั่งพิจารณาคดี ให้ศาลบันทึกไว้ และให้ผู้ฟ้องคดีลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ในการถอนคำฟ้องนี้จะถอนเฉพาะบางข้อหาหรือบางส่วนของข้อหาก็ได้ แต่ถ้าในกรณีที่มีผู้ฟ้องคดีหลายคน ผู้ฟ้องคดีแต่ละคนอาจถอนคำฟ้องของตนได้ การถอนคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีนั้นให้มีผลเฉพาะผู้ฟ้องคดีคนที่ถอนคำฟ้องเท่านั้น เว้นแต่กรณีที่ผู้ถอนคำฟ้องเป็นผู้แทนของผู้ฟ้องคดีทุกคน การถอนคำฟ้องให้มีผลเป็นการถอนคำฟ้องทั้งคดี ในการนี้ศาลจะไต่สวนเพื่อให้ได้ความเป็นยุติว่าการถอนคำฟ้องของผู้แทนดังกล่าวเป็นไปตามความประสงค์ของผู้ฟ้องคดีทุกคนก่อนมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนคำฟ้อง เมื่อมีการถอนคำฟ้องให้ศาลอนุญาตและสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความกับคืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่ผู้ฟ้องคดี แต่ถ้าในคดีเกี่ยวกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ หรือคดีที่มีการพิจารณาต่อไปจะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม หรือการถอนคำฟ้องเกิดจากการสมยอมกันโดยไม่เหมาะสม ศาลจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ ถอนคำฟ้องก็ได้ คำสั่งไม่อนุญาตให้ถอนคำฟ้องถือเป็นที่สุด

การขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในคดีปกครอง

การเขียนคำขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ในคดีปกครอง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 45/1 บัญญัติว่า การฟ้องคดีที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลตามมาตรา 45 วรรคสี่ หากคู่กรณีใดยื่นคำขอต่อศาลโดยอ้างว่า ไม่มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาล หรือโดยสถานะของผู้ขอถ้าไม่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลจะได้รับความเดือดร้อนเกินสมควร ถ้าศาลเห็นว่ามีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะรับฟ้องไว้พิจารณา หรือในกรณีอุทธรณ์ซึ่งศาลเห็นว่ามีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ได้ แล้วแต่กรณี และศาลได้ไต่สวนแล้วเห็นว่ามีเหตุตามคำขอจริงก็ให้ศาลอนุญาตให้คู่กรณีนั้นดำเนินคดี โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดหรือเฉพาะบางส่วนได้ คำสั่งให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดให้เป็นที่สุด จากบทบัญญัติดังกล่าว หากผู้ฟ้องคดีหรือผู้อุทธรณ์ ไม่มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะชำระค่าธรรมเนียมศาล หรือโดยสถานะของผู้ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลถ้าไม่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลจะได้รับความเดือดร้อนเกินสมควร ก็ให้ยื่นคำขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลโดยทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลปกครองชั้นต้นพร้อมกับคำฟ้องหรือคำอุทธรณ์แล้วแต่กรณี หรือจะยื่นคำขอดังกล่าวในภายหลังก็ได้...

การขอบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา

การขอบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา ในคดีปกครอง ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 ข้อ 75 กำหนดว่า นอกจากกรณีที่กล่าวในข้อ 69 ในเวลาใดๆ ก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดี ผู้ฟ้องคดีอาจยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองอย่างใดๆ เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา หรือคู่กรณีอาจยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของ ผู้ขอในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาได้ จากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว คู่กรณีอาจยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองอย่างใดๆ เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา เช่น ผู้ฟ้องคดีอาจยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งหมดหรือบางส่วนไว้ก่อนศาลมีคำพิพากษา หรือยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามชั่วคราวมิให้ผู้ถูกฟ้องคดีกระทำซ้ำ หรือการทำต่อไปซึ่งการละเมิด หรือผิดสัญญา หรือมีคำสั่งอื่นใดในอันที่จะบรรเทาความเดือดร้อนเสียหายที่ผู้ฟ้องคดีอาจได้รับต่อไป...

การขอเข้าแทนที่คู่กรณีที่ถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาคดีของศาลปกครอง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 53 บัญญัติว่า ในกรณีที่คู่กรณีฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตายก่อนศาลปกครองพิพากษาคดี ให้ศาลปกครองรอการพิจารณาไปจนกว่าทายาท ผู้จัดการมรดก ผู้ปกครองทรัพย์มรดก หรือผู้สืบสิทธิของคู่กรณีผู้นั้น จะมีคำขอเข้ามาแทนที่คู่กรณีผู้ถึงแก่ความตาย หรือผู้มีส่วนได้เสียจะมีคำขอเข้ามา โดยมีคำขอเข้ามาเองหรือโดยที่ศาลหมายเรียกให้เข้ามา เนื่องจากคู่กรณีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีคำขอ คำขอเช่นว่านี้จะต้องยื่นภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่คู่กรณีผู้นั้นถึงแก่ความตาย วรรคสอง บัญญัติว่า ถ้าไม่มีคำขอของบุคคลดังกล่าวหรือไม่มีคำขอของคู่กรณีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ศาลปกครองจะมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นก็ได้ กรณีดังกล่าวในการดำเนินคดีปกครองหากคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตายก่อนที่ศาลจะพิพากษาคดี พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ ได้กำหนดหลักเกณฑ์การเข้าแทนที่คู่กรณีที่ถึงแก่ความตาย ดังนี้ (1) คู่กรณีถึงแก่ความตายก่อนศาลปกครองพิพากษาคดี...

Block title

สิทธิประโยชน์และสวัสดิการ : ขอให้จ่ายเงินเดือนให้แก่ผู้ฟ้องคดี

ประเด็นคดีปกครองนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ขณะผู้ฟ้องคดีรับราชการตำแหน่งนายช่างโยธา 5 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2550 เป็นเวลา 6 เดือน ต่อมา จังหวัดได้มีหนังสือลงวันที่ 4 ธันวาคม 2550 ส่งตัวผู้ฟ้องคดีกลับต้นสังกัดเดิม ที่องค์การบริหารส่วนตำบลส. เพื่อออกคำสั่งโอน (ย้าย) ผู้ฟ้องคดีไปองค์การบริหารส่วนตำบลก. แต่ผู้ฟ้องคดีไม่ได้เข้าไปรายงานตัวและไม่ได้ปฏิบัติงานที่องค์การบริหารส่วนตำบลส.ต้นสังกัดเดิม โดยผู้ฟ้องคดีไม่ได้ยื่นใบลาแต่อย่างใด ผู้ถูกฟ้องคดี (นายกองค์การบริหารส่วนตำบลส.)...

เรื่องล่าสุด

สิทธิประโยชน์และสวัสดิการ : ขอให้จ่ายเงินเดือนให้แก่ผู้ฟ้องคดี

ประเด็นคดีปกครองนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ขณะผู้ฟ้องคดีรับราชการตำแหน่งนายช่างโยธา 5 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2550 เป็นเวลา 6 เดือน ต่อมา จังหวัดได้มีหนังสือลงวันที่ 4 ธันวาคม 2550 ส่งตัวผู้ฟ้องคดีกลับต้นสังกัดเดิม ที่องค์การบริหารส่วนตำบลส. เพื่อออกคำสั่งโอน (ย้าย) ผู้ฟ้องคดีไปองค์การบริหารส่วนตำบลก. แต่ผู้ฟ้องคดีไม่ได้เข้าไปรายงานตัวและไม่ได้ปฏิบัติงานที่องค์การบริหารส่วนตำบลส.ต้นสังกัดเดิม โดยผู้ฟ้องคดีไม่ได้ยื่นใบลาแต่อย่างใด ผู้ถูกฟ้องคดี (นายกองค์การบริหารส่วนตำบลส.)...