สัญญาทางปกครอง : ฟ้องขอให้ชำระค่าปรับพร้อมดอกเบี้ยกรณีผิดสัญญาซื้อขายพัสดุ

0
46

คดีนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2551 ผู้ฟ้องคดีทำสัญญาซื้อขายรถนาคแบบหอยโข่ง จำนวน 3 คัน เครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาดท่อส่งน้ำไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว จำนวน 5 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาดท่อส่งน้ำไม่น้อยกว่า 12 นิ้ว รวม 3 รายการ เป็นเงิน 13,169,997.16 บาท กับผู้ถูกฟ้องคดี (บริษัท ร.) ซึ่งตามสัญญาข้อ 3 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า ผู้ขายจะส่งมอบสิ่งของที่ซื้อขายตามสัญญาให้แก่ผู้ซื้อ ณ งานคลังพัสดุ 2 … ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาเป็นต้นไป ให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ ข้อ 10 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า ในกรณีที่ผู้ซื้อมิได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามข้อ 9 ผู้ขายจะต้องชำระค่าปรับให้ผู้ซื้อเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้ขายได้นำสิ่งของมาส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อจนถูกต้องครบถ้วน ต่อมา วันที่ 2 ธันวาคม 2551 ครบกำหนดส่งมอบของตามสัญญา ผู้ถูกฟ้องคดีได้ส่งมอบเฉพาะเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่ง ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาดท่อส่งน้ำไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว จำนวน 5 เครื่อง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ทำการทดสอบเครื่องสูบน้ำดังกล่าว จำนวน 1 เครื่อง ในวันที่ 25 ธันวาคม 2551 ปรากฏว่าไม่ผ่านการทดสอบ หลังจากแก้ไขข้อบกพร่องแล้ว คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจึงได้ตรวจรับเครื่องสูบน้ำทั้งห้าเครื่องในวันที่ 4 พฤษภาคม 2552 ซึ่งเป็นการส่งมอบล่าช้ากว่าวันที่กำหนดไว้ในสัญญาผู้ฟ้องคดีจึงมีสิทธิเรียกค่าปรับจากผู้ถูกฟ้องคดี ส่วนรถนาคแบบหอยโข่ง จำนวน 3 คัน และเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาดท่อส่งน้ำไม่น้อยกว่า 12 นิ้ว จำนวน 5 เครื่อง ผู้ถูกฟ้องคดีได้ส่งมอบเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551 และเป็นการส่งมอบเกินกำหนดระยะเวลาตามคณะกรรมการตรวจรับพัสดุทำการทดสอบการทำงานของเครื่องสูบน้ำดังกล่าว แล้วปรากฏว่า ผ่านการทดสอบ แต่สำหรับเครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งบนรถนาคแบบหอยโข่ง ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีแก้ไข ท่อทางดูดและส่งของเครื่องสูบน้ำ และได้ส่งมอบครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2552 ผู้ฟ้องคดีจึงมีสิทธิเรียกค่าปรับจากผู้ถูกฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึงได้มีหนังสือลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2552 แจ้งการปรับไปยังผู้ถูกฟ้องคดี และหนังสือลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 แจ้งสงวนสิทธิการปรับและเรียกค่าปรับจากผู้ถูกฟ้องคดี และมีหนังสือลงวันที่ 14 ธันวาคม 2553 แจ้งสงวนสิทธิการปรับและแจ้งการปรับไปยังผู้ถูกฟ้องคดีอีกเป็นครั้งที่ 2 แต่ผู้ถูกฟ้องคดีเพิกเฉยไม่ชำระค่าปรับให้แก่ผู้ฟ้องคดี จึงนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีชำระเงินค่าปรับ พร้อมดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง และให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนถึงวันที่ผู้ถูกฟ้องคดีชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้ฟ้องคดีเสร็จสิ้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีได้ส่งมอบเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาดท่อส่งน้ำไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว จำนวน 5 เครื่อง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ทำการทดสอบเครื่องสูบน้ำดังกล่าว จำนวน 1 เครื่อง ในวันที่ 25 ธันวาคม 2551 ปรากฏว่าไม่ผ่านการทดสอบ ผู้ฟ้องคดีจึงได้แจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดี แก้ไขข้อบกพร่องของเครื่องสูบน้ำดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดีได้ทำการแก้ไขข้อบกพร่องของเครื่องสูบน้ำโดยได้ทำการเปลี่ยนใบพัดของเครื่องสูบน้ำดังกล่าว และได้ส่งมอบให้ผู้ฟ้องคดีทำการทดสอบอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีทำการทดสอบในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 ปรากฏว่าผ่านการทดสอบ จึงแจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีเปลี่ยนใบพัดและทดสอบเครื่องสูบน้ำที่เหลืออีก 4 เครื่อง โดยผ่านการทดสอบเช่นกัน คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจึงได้ตรวจรับเครื่องสูบน้ำดังกล่าวจำนวน 5 เครื่อง ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2552 สำหรับรถนาคแบบหอยโข่ง จำนวน 3 คัน และเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาดท่อส่งน้ำไม่น้อยกว่า 12 นิ้ว ผู้ถูกฟ้องคดีได้ส่งมอบในวันที่ 15 ธันวาคม 2551 คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ทำการทดสอบการทำงานของเครื่องสูบน้ำ แบบหอยโข่งใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาดท่อส่งน้ำไม่น้อยกว่า 12 นิ้ว จำนวน 5 เครื่อง แล้วปรากฏว่าผ่านการทดสอบ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีแก้ไขท่อทางดูดและส่งของเครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งบนรถนาคแบบหอยโข่งที่ติดตั้งด้านท้ายรถให้เป็นด้านข้างรถ เนื่องจากใช้งานไม่สะดวก ผู้ถูกฟ้องคดีได้แก้ไขเรียบร้อยและได้ส่งมอบครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2552 คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจึงได้ตรวจรับในวันที่ 4 พฤษภาคม 2552 จึงเห็นได้ว่า การส่งมอบรถนาคแบบหอยโข่ง จำนวน 3 คัน และเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาดท่อส่งน้ำไม่น้อยกว่า 12 นิ้ว จำนวน 5 เครื่อง เครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาดท่อส่งน้ำไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว จำนวน 5 เครื่อง รวม 3 รายการ ของผู้ถูกฟ้องคดี ล่าช้ากว่าวันที่ 2 ธันวาคม 2551 อันเป็นวันครบกำหนดส่งมอบตามสัญญา จึงตกเป็นผู้ผิดสัญญา คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ผู้ฟ้องคดีชอบที่จะต้องสงวนสิทธิการเรียกค่าปรับในขณะที่รับมอบพัสดุดังกล่าว คือ วันที่ 4 พฤษภาคม 2552 การที่ผู้ฟ้องคดีโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุรับมอบพัสดุทั้ง 3 รายการดังกล่าวในวันที่ 4 พฤษภาคม 2552 โดยไม่ได้มีการแจ้งสงวนสิทธิการเรียกค่าปรับไว้ในขณะเวลารับชำระหนี้ ทั้งที่สามารถแจ้งสงวนสิทธิการเรียกค่าปรับได้นับแต่เวลาแรกที่ผู้ถูกฟ้องคดีปฏิบัติไม่ถูกต้องตามสัญญา จนถึงขณะเวลาที่ผู้ฟ้องคดีรับชำระหนี้ดังกล่าว จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และแม้ว่าต่อมาผู้ฟ้องคดีจะได้มีหนังสือลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2552 แจ้งการปรับ ไปยังผู้ถูกฟ้องคดี และได้มีหนังสือลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2552 แจ้งสงวนสิทธิการปรับผู้ถูกฟ้องคดี สำหรับการส่งมอบรถนาคแบบหอยโข่ง จำนวน 3 คัน และเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาดท่อส่งน้ำไม่น้อยกว่า 12 นิ้ว จำนวน 5 เครื่อง แต่ก็เป็นการแจ้งสงวนสิทธิการเรียกค่าปรับภายหลังจากการรับชำระหนี้จากผู้ถูกฟ้องคดีแล้ว จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน ผู้ถูกฟ้องคดีจึงมีสิทธิปฏิเสธไม่ชำระค่าปรับให้แก่ผู้ฟ้องคดีได้ ตามมาตรา 381 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ประกอบกับข้อ 134 วรรคหก ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ดังนั้น การที่ผู้ฟ้องคดีมีหนังสือลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 แจ้งสงวนสิทธิการปรับและเรียกค่าปรับจากผู้ถูกฟ้องคดีจำนวนเงิน 1,765,573.03 บาท และให้ผู้ถูกฟ้องคดีนำเงินจำนวน ดังกล่าวมาชำระให้แก่ผู้ฟ้องคดี โดยผู้ถูกฟ้องคดีได้รับหนังสือแล้ว แต่เพิกเฉยไม่ชำระค่าปรับผู้ฟ้องคดีจึงได้มีหนังสือลงวันที่ 14 ธันวาคม 2553 แจ้งสงวนสิทธิการปรับและแจ้งการปรับไปยังผู้ถูกฟ้องคดีอีกครั้งเป็นครั้งที่ 2 นั้น ผู้ถูกฟ้องคดีมีสิทธิปฏิเสธไม่ชำระค่าปรับให้แก่ผู้ฟ้องคดีได้ ตามมาตรา 381 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประกอบกับข้อ 134 วรรคหก ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง นั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน

(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.2121/2559)

สรุป : การที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุไม่ได้แจ้งสงวนสิทธิการเรียกค่าปรับในขณะที่รับมอบพัสดุซึ่งส่งมอบล่าช้าและไม่ตรงตามสัญญา แม้ต่อมาจะได้มีหนังสือแจ้งสงวนสิทธิการเรียกค่าปรับในภายหลังแล้ว ก็ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คู่สัญญามีสิทธิปฏิเสธไม่ชำระค่าปรับได้

การแสดงความเห็นถูกปิด