วิธีพิจารณาคดีปกครอง : คำขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล

0
102

คดีนี้ผู้ฟ้องคดีได้รับหมายแจ้งคำสั่งศาลให้ชำระค่าธรรมเนียมศาลหรือยื่นคำขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์สำหรับคำฟ้องข้อหาคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากคำสั่งทางปกครองหรือจากการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร ภายใน 15 วัน โดยชอบแล้ว เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2558 ซึ่งครบกำหนดระยะเวลาตามคำสั่งศาลในวันที่ 22 สิงหาคม 2558 โดยผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ฉบับลงวันที่ 10 สิงหาคม 2558 ต่อผู้บังคับแดน 4 เรือนจำ โดยฝ่ายทัณฑปฏิบัติได้รับไว้เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2558 แม้ผู้บัญชาการเรือนจำได้มีหนังสือลงวันที่ 30 กันยายน 2558 ส่งคำขอของผู้ฟ้องคดี ต่อศาลปกครองชั้นต้นทางไปรษณีย์ลงทะเบียนเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2558 อันถือเป็นวันที่ ได้ยื่นเอกสารหรือพยานหลักฐานต่อศาลตามข้อ 13 วรรคหนึ่ง แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 และมีผลเป็นการยื่นคำขอเมื่อล่วงพ้นกำหนดระยะเวลา 15 วัน นับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้รับแจ้งคำสั่งศาลแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ต้องขัง ในเรือนจำ การจะส่งคำร้องอุทธรณ์ทางไปรษณีย์ต้องฝากให้เจ้าหน้าที่ของเรือนจำเป็นผู้ส่งให้ ไม่อาจส่งด้วยตนเองเช่นบุคคลทั่วไปได้ การที่เรือนจำได้ส่งคำร้องของผู้ฟ้องคดีทางไปรษณีย์ ต่อมายังศาลปกครองเมื่อล่วงพ้นกำหนดระยะเวลาตามคำสั่งศาลนั้น ถือเป็นกรณีมีเหตุ ที่เป็นอุปสรรคขัดขวางมิให้ผู้ฟ้องคดีสามารถยื่นคำร้องขอภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดได้

ดังนั้น เมื่อฝ่ายทัณฑปฏิบัติได้รับคำขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ฉบับลงวันที่ 10 สิงหาคม 2558 ของผู้ฟ้องคดีไว้เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2558 จึงถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดแล้ว ประกอบกับผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในศาลปกครองชั้นต้นมาก่อน และศาลปกครองชั้นต้นได้อนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีดำเนินคดีโดยได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมด ต่อมาหลังจากที่ศาลปกครองชั้นต้น มีคำพิพากษาแล้ว ผู้ฟ้องคดียื่นคำขอให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ โดยผู้ฟ้องคดี ยังคงเป็นผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะของผู้ฟ้องคดีมิได้เปลี่ยนแปลงไป ผู้ฟ้องคดีจึงยังคงเป็นผู้ไม่มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาล หรือโดยสถานะของผู้ขอถ้าไม่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลจะได้รับความเดือดร้อนเกินสมควรอยู่ ศาลย่อมต้องอนุญาต ให้ผู้ฟ้องคดีดำเนินคดีโดยยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลได้ ตามข้อ 41/1 ประกอบข้อ 41/5 แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 การที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำ สั่งไม่รับคำ อุทธรณ์ข้อหาคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากคำสั่งทางปกครองหรือจากการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติล่าช้าเกินสมควรของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณา โดยเหตุที่ผู้ฟ้องคดีมิได้ชำระค่าธรรมเนียมศาลหรือไม่ยื่นคำขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ในชั้นอุทธรณ์ นั้น ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย จึงมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้รับคำอุทธรณ์ในข้อหาคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากคำสั่งทางปกครองหรือจากการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติล่าช้าเกินสมควรของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณา

(คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 160/2559)

สรุป : เมื่อศาลปกครองชั้นต้นอนุญาต ให้ผู้ฟ้องคดีดำเนินคดีโดยได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมด ต่อมา ผู้ฟ้องคดี ยื่นคำขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะของ ผู้ฟ้องคดีไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ศาลย่อมต้องอนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีดำเนินคดีโดยได้รับ การยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลได้

การแสดงความเห็นถูกปิด