เวนคืน : ฟ้องขอให้จ่ายค่าทดแทนที่ดินเพิ่ม

0
833

ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ดิน และโฉนดที่ดิน ที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าว มีเนื้อที่บางส่วนอยู่ในแนวเขตที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อดำเนินการสร้างถนน คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ราคาซื้อขายตามปกติในท้องตลาดมีราคาสูงกว่าราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ และที่ดินทั้งสองแปลงของผู้ฟ้องคดี มีสภาพทำเลที่ตั้งอยู่ติดถนนวังคาง จึงกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินทั้งสองแปลงให้ตารางวาละ 6,000 บาท และค่าจดทะเบียนซื้อขายอีกร้อยละ 1.25 รวมเป็นตารางวาละ 6,075 บาท นั้น

กรณีนี้เห็นว่า ที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองแปลงเป็นที่ดินติดกันที่ตั้งอยู่หัวมุมติดถนน 2 ด้าน คือ ทิศเหนือติดถนนวังคาง และทิศตะวันออกติดถนนสาธารณประโยชน์ และเป็นที่ดินที่มีการพัฒนาแล้ว เป็นย่านที่อยู่อาศัยปานกลาง มีสาธารณูปโภคพร้อม และอยู่ในทำเลที่ตั้งของสถานที่ราชการ โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า ถือได้ว่าอยู่ในทำเลที่ตั้งที่มีความเจริญ ประกอบกับที่ดินของผู้ฟ้องคดี อยู่ในโซนเดียวกับที่ดินแปลง ท.4 โดยอยู่ห่างกันประมาณ 370 เมตร แต่ที่ดินแปลง ท.4 ได้รับเงินค่าทดแทนตารางวาละ 16,200 บาท ในขณะที่ผู้ฟ้องคดีได้รับเงินค่าทดแทนตารางวาละ 6,075 บาท ซึ่งเท่ากับที่ดินแปลงที่ดินที่ยังไม่ได้มีการพัฒนา การกำหนดเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีตารางวาละ 6,075 บาท ไม่สอดคล้องกับสภาพและที่ตั้งของที่ดิน และเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาทดแทนที่ดินแปลง ท.4 มาก จึงไม่เหมาะสมและเป็นธรรม ประกอบกับราคาซื้อขายที่ดินหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ติดถนนวังคางไม่ไกลจากที่ดินของผู้ฟ้องคดีมากนัก มีราคาขายตารางวาละ 10,500 บาท 9,000 บาท และ 8,000 บาท เมื่อที่ดินของผู้ฟ้องคดีมีการพัฒนาและเป็นที่ดินในเขตชุมชนที่อยู่อาศัย การที่ศาลปกครองชั้นต้นนำราคาซื้อขายที่ดินในโครงการดังกล่าวในราคาต่ำสุด คือ 8,000 บาท มาพิจารณากำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดี จึงเหมาะสมและเป็นธรรมแล้ว ส่วนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนซื้อขายนั้น ตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ไม่ได้กำหนดให้นำรายการดังกล่าวมาพิจารณากำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินแต่อย่างใด เมื่อศาลวินิจฉัยแล้วว่าที่ดินของผู้ฟ้องคดีควรมีราคาค่าทดแทนที่ดินตารางวาละ 8,000 บาท ศาลจึงไม่จำต้องกำหนดเงินค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนซื้อขายให้แก่ผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด การที่ศาลปกครองชั้นต้นวินิจฉัยให้ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายเงินค่าจดทะเบียนซื้อขายให้ผู้ฟ้องคดีอีกร้อยละ 1.25 ของเงินค่าทดแทนจำนวนดังกล่าว นั้น ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีฟังขึ้นบางส่วน เมื่อที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองแปลง มีเนื้อที่ที่ถูกเวนคืน 150.04 ตารางวา คิดเป็นเงินค่าทดแทนทั้งสิ้น 1,200,320 บาท แต่ผู้ฟ้องคดีขอค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืน เนื้อที่ 150 ตารางวา ศาลจึงกำหนดเงินค่าทดแทนให้ในเนื้อที่ 150 ตารางวา ตามคำขอของ ผู้ฟ้องคดี คิดเป็นเงินค่าทดแทนที่ดินจำนวน 1,200,000 บาท และผู้ฟ้องคดีได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินไปแล้วเป็นเงินจำนวน 911,493 บาท จึงมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มอีกจำนวน 288,507 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

กรณีที่ผู้ฟ้องคดีแก้อุทธรณ์ขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มขึ้น และดอกเบี้ย นั้น เมื่อผู้ฟ้องคดีไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นตามมาตรา 73 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ ผู้ฟ้องคดีจึงไม่อาจมีคำขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายค่าทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีได้ ตามข้อ 101 วรรคหนึ่ง (3) แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543

การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มให้แก่ผู้ฟ้องคดีเป็นเงินจำนวน 303,507 บาท พร้อมดอกเบี้ย แต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 2.6 ต่อปี นับแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2553 เป็นต้นไปจนถึงวันฟ้อง จำนวน 8 เดือน และดอกเบี้ยในจำนวนเงิน ค่าทดแทนที่เพิ่มขึ้นจำนวน 303,507 บาท ตามอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารออมสินประกาศกำหนดในแต่ละช่วง นับแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2554 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด กับให้คืนค่าธรรมเนียมศาลบางส่วนตามส่วนของการชนะคดีให้แก่ผู้ฟ้องคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก นั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วยบางส่วน พิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายเงิน ค่าทดแทนที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดีเพิ่มเป็นเงิน 288,507 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน ตามอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารออมสินประกาศกำหนดในแต่ละช่วงเวลาของจำนวนเงินค่าทดแทนดังกล่าว แต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 2.6 ต่อปี นับแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2553 เป็นต้นไป จนถึงวันฟ้อง จำนวน 8 เดือน และดอกเบี้ย ในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินในจำนวนเงิน ค่าทดแทนที่เพิ่มขึ้น ตามอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารออมสินประกาศกำหนดในแต่ละช่วงเวลา นับแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2554 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น และให้คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์แก่ผู้ถูกฟ้องคดี ตามส่วนของการชนะคดี

สรุป : การกำหนดค่าทดแทนไม่สอดคล้อง กับสภาพและที่ตั้งของที่ดิน, การกำหนดค่าทดแทนที่ดินไม่ต้องนำค่าธรรมเนียมในการ จดทะเบียนซื้อขายที่ดินมาพิจารณา

(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.483/2559)

การแสดงความเห็นถูกปิด