ควบคุมอาคาร : ฟ้องเพิกถอนคำสั่งระงับการก่อสร้าง ห้ามใช้ ให้ยื่นขอรับใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร และให้รื้อถอนอาคาร

0
192

กรณีในคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้เช่าอาคาร ค. กับนิติบุคคลอาคารชุด จ. เพื่อประกอบกิจการร้านอาหาร ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างอาคาร คำสั่งห้ามใช้อาคารหรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารที่อาจเป็นอันตราย คำสั่งให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2551 ของผู้ถูกฟ้องคดี ที่ให้นิติบุคคลอาคารชุด จ. ระงับการก่อสร้าง ห้ามใช้ และให้ยื่นขอรับใบอนุญาตก่อสร้างอาคารพิพาท และคำสั่งให้รื้อถอนอาคาร ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ให้นิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าวรื้อถอนอาคารพิพาท ผู้ฟ้องคดีจึงนำคดีมาฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งข้างต้นทั้งหมด

เห็นว่า คำสั่งตามคำฟ้องเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่มีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของเจ้าของอาคารหรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องกับอาคารพิพาท คำสั่งดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งทางปกครองตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในการออกคำสั่งทางปกครอง ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ แต่โดยที่อาคารพิพาทเป็นทรัพย์สินส่วนกลางของนิติบุคคลอาคารชุด จ. และผู้ถูกฟ้องคดีมีคำสั่งพิพาทโดยมีนิติบุคคลอาคารชุด จ. เป็นคู่กรณีในคำสั่งหรือเป็นผู้รับคำสั่ง ส่วนผู้ฟ้องคดีเข้ามาทำสัญญาเช่าอาคารพิพาทกับนิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าวตามสัญญาเช่าอาคารและพื้นที่ทรัพย์ส่วนกลาง ลงวันที่ 28 กันยายน 2552 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีคำสั่งพิพาทตามคำฟ้องแล้ว โดยไม่ปรากฏว่าก่อนหน้าที่ผู้ฟ้องคดี เข้าทำสัญญาเช่าดังกล่าวผู้ฟ้องคดีมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องกับอาคารพิพาท

ดังนั้น เมื่อผู้ฟ้องคดีไม่ใช่เจ้าของอาคารพิพาทและไม่ใช่คู่กรณีในคำสั่งหรือเป็นผู้รับคำสั่งพิพาทตามคำฟ้อง รวมทั้งคำสั่งตามคำฟ้องมีผลบังคับกับนิติบุคคลอาคารชุด จ. อยู่ก่อนที่ผู้ฟ้องคดีเช่าอาคารพิพาท โดยผู้ฟ้องคดีมิได้มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องกับอาคารพิพาทในขณะที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีคำสั่งพิพาทตามคำฟ้อง ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ใช่ผู้เดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะ มีสิทธิฟ้องคดีขอให้เพิกถอนคำสั่งพิพาทต่อศาลตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

ส่วนในกรณีที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า หลังจากผู้ฟ้องคดีเช่าอาคารพิพาท ผู้ฟ้องคดีลงทุนเป็นเงินกว่า 8 ล้านบาท เพื่อประกอบกิจการร้านอาหาร และปรับปรุงตบแต่งอาคารพิพาท คำสั่งพิพาทตามคำฟ้องทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย นั้น หากผู้ฟ้องคดีเห็นว่าตนได้รับความเสียหายตามที่กล่าวอ้างและมีสิทธิตามกฎหมายหรือสัญญาเช่าที่จะได้รับชดใช้ค่าเสียหายอย่างไร ก็ชอบที่จะว่ากล่าวเอากับผู้ให้เช่าตามกฎหมาย หรือที่กำหนดในสัญญาเช่าได้ ผู้ฟ้องคดีจะยกเหตุดังกล่าวขึ้นอ้างเพื่อให้ตนเป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีหาได้ไม่

(คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 776/2559)

สรุป : ผู้เช่าอาคารภายหลังจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น มีคำสั่งให้เจ้าของอาคารระงับการก่อสร้าง ห้ามใช้ ให้ยื่นขอรับใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร และให้รื้อถอนอาคาร ไม่ใช่คู่กรณีในคำสั่งและมิได้มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องกับอาคาร ในขณะที่มีคำสั่ง จึงไม่ใช่ผู้เดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหาย โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะมีสิทธิฟ้องเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว

การแสดงความเห็นถูกปิด