ควบคุมอาคาร : ฟ้องขอให้เทศบาลออกคำสั่งรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

0
1900

คดีนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของอาคารตึกแถวขนาด 2 ชั้น จำนวน 1 คูหา ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดี (เทศบาล) อนุญาตให้เจ้าของอาคารข้างเคียงสร้างตึกแถวขนาด 2 ชั้น จำนวน 5 คูหา ซึ่งตั้งอยู่ติดกับอาคารของผู้ฟ้องคดีโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ฟ้องคดี นอกจากนี้ ผู้ถูกฟ้องคดียังปล่อยให้เจ้าของอาคารดังกล่าวก่อสร้างอาคารโดยไม่ร่นแนวอาคารบริเวณด้านหน้าและด้านข้างของอาคาร และระยะห่างด้านหลังของอาคารเว้นว่างพื้นที่ด้านหลังอาคารเพียง 2 เมตร การก่อสร้างอาคารดังกล่าวจึงไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ฟ้องคดีจึงมอบอำนาจให้นาย จ. มีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีตรวจสอบการก่อสร้างอาคารที่ผิดระเบียบดังกล่าว ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีได้มีหนังสือลงวันที่ 9 สิงหาคม 2555 แจ้งผลการตรวจสอบว่า อาคารดังกล่าวไม่ได้ก่อสร้างล้ำ ทางสาธารณะ มีเพียงด้านหลังของอาคารเท่านั้นที่เว้นระยะห่างเพียง 2 เมตร ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีจะมีคำสั่งให้รื้อถอนส่วนที่ก่อสร้างบริเวณด้านหลังต่อไป ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า หนังสือแจ้งผลการตรวจสอบดังกล่าวยังไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงนำคดีมาฟ้องขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีออกคำสั่งรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างโดยไม่ถูกกฎหมายดังกล่าว

กรณีนี้เห็นว่า เป็นคดีพิพาทตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีนี้ได้และสามารถฟ้องคดีนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนอื่นใดอีก นับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีรู้หรือควรรู้ถึง เหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีมีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนให้ผู้รับมอบอำนาจของผู้ฟ้องคดีทราบ โดยผู้รับมอบอำนาจของผู้ฟ้องคดีได้รับหนังสือแจ้งผลดำเนินการดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2555 จึงต้องถือว่าวันที่ 15 สิงหาคม 2555 เป็นวันที่ผู้ฟ้องคดีรู้หรือควรรู้ถึง เหตุแห่งการฟ้องคดีนี้แล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงชอบที่จะใช้สิทธินำคดีมายื่นฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้นได้ภายในกำหนดระยะเวลาเก้าสิบวันนับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป โดยผู้ฟ้องคดีจะต้องยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองชั้นต้นภายในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2555 การที่ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2556 จึงพ้นกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดีตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน และการฟ้องคดีนี้ไม่เกี่ยวกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะหรือสถานะของบุคคลที่จะยื่นฟ้องคดีเมื่อใดก็ได้ตามมาตรา 52 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว อีกทั้ง หากศาลมีคำพิพากษาให้เป็นไปตามคำขอของผู้ฟ้องคดี ผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากผลแห่งคำพิพากษาคดีนี้ ก็เป็นตัวผู้ฟ้องคดีเอง การยื่นฟ้องคดีนี้จึงมิได้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม นอกจากนี้ ยังไม่ปรากฏว่ามีเหตุใดที่เป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้ผู้ฟ้องคดีสามารถยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดได้ กรณีจึงไม่มีเหตุจำเป็นอื่นที่ศาลจะรับคดีนี้ไว้พิจารณาตามมาตรา 52 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ศาลปกครองจึงไม่อาจรับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณาได้ ที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ นั้น ชอบแล้ว

สรุป : คดีพิพาทเกี่ยวกับการละเลยต่อหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าสามารถนำคดีมาฟ้องต่อศาลได้ทันทีโดยไม่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนใดก่อนฟ้องคดี, ฟ้องคดีพ้นกำหนดระยะเวลา, การฟ้องคดีไม่เกี่ยวกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะหรือสถานะของบุคคล หรือเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมหรือมีเหตุจำเป็นอื่น

(คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 1/2560)

การแสดงความเห็นถูกปิด