เวนคืน : ฟ้องขอให้ชำระเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มขึ้น

0
727

คดีนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้จัดการมรดกของนาย ว. ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน เนื้อที่ 18 ไร่ 2 งาน 4 ตารางวา และ เนื้อที่ 13 ไร่ 1 งาน 8 ตารางวา ต่อมา ได้มี พ.ร.ฎ. กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนฯ พ.ศ. 2547 ทำให้ที่ดินของนาย ว. อยู่ในเขตที่ดินบริเวณที่ที่จะเวนคืน เนื้อที่ 3 ไร่ 2 งาน 78 4/10 ตารางวา และ อยู่ในเขตที่ดินบริเวณที่ที่จะเวนคืน เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 64 ตารางวา คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้น มีมติกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินเป็นรายแปลง แบ่งเป็นกลุ่มตามสภาพและที่ตั้งของที่ดิน ซึ่งที่ดินของนาย ว. ตามโฉนด แปลงลำดับที่ 2 เนื้อที่ 18 ไร่ 2 งาน 4 ตารางวา ถูกเวนคืนเป็นเนื้อที่ 3 ไร่ 2 งาน 78 4/10 ตารางวา กำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้ตารางวาละ 8,500 บาท เป็นเงิน 12,566,400 บาท และที่ดินโฉนด แปลงลำดับที่ 7 เนื้อที่ 13 ไร่ 1 งาน 64 ตารางวา ถูกเวนคืนเป็นเนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 64 ตารางวา กำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้ตารางวาละ 3,400 บาท เป็นเงิน 3,277,600 บาท รวมเป็นเงิน 15,844,000 บาท นาย ว. ได้ไปรับเงินค่าทดแทนเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2549 แต่ไม่พอใจเงินค่าทดแทนที่ได้รับ จึงได้มีหนังสือลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2547 รวม 2 ฉบับ อุทธรณ์ต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ขอเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนด เพิ่มเป็นราคาไม่ต่ำกว่าตารางวาละ 70,000 บาท และขอเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนด เพิ่มเป็นราคาไม่ต่ำกว่าตารางวาละ 50,000 บาท แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ยืนราคาค่าทดแทนที่ดินทั้งสองแปลง และได้แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ให้นาย ว. ทราบตามหนังสือลงวันที่ 2 ตุลาคม 2550 ต่อมานาย ว. ถึงแก่ความตาย ผู้ฟ้องคดีในฐานะผู้จัดการมรดกของนาย ว. จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล

กรณีนี้เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่ดินโฉนด มีราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ พ.ศ. 2547 ถึง พ.ศ. 2550 ตารางวาละ 8,000 บาท การที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนด ที่ถูกเวนคืน ในราคาตารางวาละ 8,500 บาท จึงเป็นธรรมแก่นาย ว. แล้วในระดับหนึ่งแล้ว แต่อย่างไรก็ดี เมื่อได้พิเคราะห์จากสภาพที่ดินตามโฉนดที่ดิน ซึ่งก่อนเวนคืนมีเนื้อที่ 18 ไร่ 2 งาน 4 ตารางวา มีรูปที่ดินเป็นแปลงยาว มีลักษณะหลายเหลี่ยม มีสภาพทำเลเป็นที่ว่างเปล่า มีที่ตั้ง ติดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 37 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก ภายหลังเวนคืนคงเหลือเนื้อที่ 14 ไร่ 3 งาน 25 6/10 ตารางวา ที่ดินถูกทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 350 ที่ก่อสร้างใหม่ตัดแบ่งที่ดินออกเป็นสองฝั่ง โดยที่ดินฝั่งที่เหลือเนื้อที่ของที่ดินน้อย มีเนื้อที่ 82 ตารางวา แม้ที่ดินในส่วนนี้จะมีสภาพทำเลที่ตั้งติดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 350 ที่ก่อสร้างใหม่ มีความสะดวกรวดเร็วในการใช้เส้นทางคมนาคมมากขึ้น   แต่ก็มีสภาพที่ตั้งของที่ดินเป็นแปลงที่อยู่บริเวณหัวมุมถนนและตั้งอยู่ใต้ทางยกระดับ มีเนื้อที่เหลือน้อยใช้ทำประโยชน์ได้จำกัด สภาพและทำเลที่ตั้งของที่ดินแปลงนี้ภายหลังการเวนคืนจึงด้อยลงกว่าเดิม เมื่อคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นมิได้กำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินเพื่อเป็นการชดเชยความเสียหายจาก การถูกเวนคืนให้แก่ที่ดินโฉนด ในส่วนที่มีเนื้อที่ของที่ดินน้อยลงดังกล่าว กรณีจึงเป็นการกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินที่มิได้คำนึงถึงความเสียหายของผู้ถูกเวนคืนอันเป็นการกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินที่ไม่เป็นธรรมแก่นาย ว. ตามมาตรา 49 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 ประกอบกับมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5)   แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ให้แก่นาย ว. ตามราคาที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นกำหนดให้ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เหมาะสม และไม่เป็นธรรม การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิจารณากำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินเพื่อเป็นการชดเชยความเสียหายของที่ดินที่ถูกเวนคืนให้แก่ที่ดินของนาย ว. ตามโฉนดที่ดิน โดยเพิ่มอีกในอัตราร้อยละ 10 ของราคาค่าทดแทนที่ดินที่กำหนดไว้ตารางวาละ 8,500 บาท เป็นเงินค่าทดแทนที่ดินที่เพิ่มขึ้นอีก ตารางวาละ 850 บาท เมื่อที่ดินโฉนดเลขที่ ถูกเวนคืนเนื้อที่ 3 ไร่ 2 งาน 78 4/10 ตารางวา จึงเป็นเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มขึ้น 1,256,640 บาท นั้น เห็นว่า ในการกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดิน กรณีที่ถูกเวนคืนต้องพิจารณากำหนดค่าทดแทนตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 และตามมาตรา 49 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540ทั้งนี้ เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนที่ดิน เมื่อที่ดินโฉนดเลขที่ ถูกเวนคืนเป็นเนื้อที่ 3 ไร่ 2 งาน 78  4/10 ตารางวา  การกำหนดราคาค่าทดแทนความเสียหายของที่ดินที่ถูกเวนคืนจึงต้องคำนวณจากที่ดินที่ถูกเวนคืนทั้งหมด เพราะเป็นการคำนึงถึงความเสียหายจากการถูกเวนคืน หาใช่เป็นการกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินที่มีค่าลดลงจากผลการเวนคืนไม่ ดังนั้น ราคาค่าทดแทนที่ดินเพื่อเป็นการชดเชยความเสียหายของที่ดินโฉนดเลขที่ ที่ถูกเวนคืนตามที่ศาลปกครองชั้นต้นกำหนดให้แก่ผู้ฟ้องคดีนั้น จึงเป็นราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้ฟ้องคดีแล้ว การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ เพิ่มขึ้นให้แก่ผู้ฟ้องคดีเป็นเงิน 1,256,640 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำซึ่งมีอัตราเปลี่ยนแปลงตามประกาศของธนาคารออมสินนับแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2549 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ฟ้องคดี ทั้งนี้ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด โดยคืนค่าธรรมเนียมศาลตามส่วนของการชนะคดีแก่ผู้ฟ้องคดี คำขออื่นนอกจากนี้ ให้ยก นั้น ชอบแล้ว

สรุป : การกำหนดค่าทดแทนความเสียหาย ของที่ดินที่ถูกเวนคืนต้องคำนวณจากที่ดินที่ถูกเวนคืนทั้งหมดไม่ใช่กำหนดค่าทดแทนที่ดินในส่วนที่เหลือจากการเวนคืนที่มีมูลค่าลดลง

(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.1215/2559)

การแสดงความเห็นถูกปิด