ละเมิด : ฟ้องขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา

0
236

คดีนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีได้สมัครเข้าเป็นนักศึกษาของผู้ถูกฟ้องคดี ประจำปีการศึกษา 2555 ในระดับปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีได้รับสมัครผู้ฟ้องคดีเข้าเป็นนักศึกษา และผู้ฟ้องคดีได้ลงทะเบียนเรียนกับผู้ถูกฟ้องคดีตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 จนถึง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556

ต่อมา ในช่วงระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2557 เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนนักศึกษาของผู้ถูกฟ้องคดีได้เรียกผู้ฟ้องคดีไปพบและแจ้งว่า การสมัครเข้าเป็นนักศึกษาของผู้ฟ้องคดีมีปัญหาเกี่ยวกับความไม่สมบูรณ์ของวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าจากต่างประเทศ โดยให้ผู้ฟ้องคดีไปติดต่อกับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศที่ผู้ฟ้องคดีได้ใช้สมัครเข้าเรียนกับผู้ถูกฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีก็ได้เดินทางไปติดต่อกับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน ต่อมา ผู้ฟ้องคดีไม่อาจลงทะเบียนเรียนกับผู้ถูกฟ้องคดีได้โดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ฟ้องคดีได้ติดต่อทนายความเพื่อมีหนังสือลงวันที่ 19 ธันวาคม 2557 ถึงผู้ถูกฟ้องคดีขอทราบข้อมูลการเรียนและสถานภาพการเป็นนักศึกษา ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีได้มีหนังสือลงวันที่ 30 ธันวาคม 2557 ชี้แจงว่า ผู้ฟ้องคดีขาดคุณสมบัติเข้าศึกษาต่อตามระเบียบของผู้ถูกฟ้องคดี โดยผู้ถูกฟ้องคดีได้ดำเนินการประกาศให้ผู้ฟ้องคดีพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2557 เป็นต้นไป ผู้ฟ้องคดีจึงนำคดีมายื่นฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีเป็นเงิน 706,060 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระให้เสร็จสิ้น

จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากคำสั่งทางปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ โดยข้อบังคับมหาวิทยาลัย… ว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2554 ข้อ 6 กำหนดว่า ผู้ที่เข้าศึกษา ตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัย จะต้องสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า เว้นแต่หลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง จะต้องสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือประกาศนียบัตรอื่นๆ ที่เทียบเท่า และต้องมีคุณสมบัติตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด และข้อ 21 กำหนดว่า ให้อธิการบดีรักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดในกรณีที่มีปัญหาจากการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ การวินิจฉัยชี้ขาดของอธิการบดีถือเป็นอันสิ้นสุด ดังนั้น การที่อธิการบดีได้ประกาศให้ผู้ฟ้องคดีพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2557 เป็นการใช้อำนาจตามข้อ 6 ของข้อบังคับดังกล่าว ที่มีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดี อันเป็นคำสั่งทางปกครองตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

เมื่อคำสั่งดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย ผู้ฟ้องคดีจึงต้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งตามมาตรา 3 ประกอบมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว แต่เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดี มิได้แจ้งสิทธิในกรณีที่อาจอุทธรณ์หรือโต้แย้ง การยื่นคำอุทธรณ์หรือคำโต้แย้ง และระยะเวลา สำหรับการอุทธรณ์หรือการโต้แย้ง จึงทำให้ระยะเวลาสำหรับการอุทธรณ์หรือการโต้แย้งขยายเป็นหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งทางปกครอง ทั้งนี้ ตามมาตรา 40 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเดียวกับ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีได้รับแจ้งคำสั่งให้พ้นสภาพจากการเป็นนักศึกษาแล้วเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2558 ผู้ฟ้องคดีจึงต้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวภายในวันที่ 6 มกราคม 2559 แต่ผู้ฟ้องคดีมิได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อผู้ถูกฟ้องคดีแต่อย่างใด

กรณีจึงถือได้ว่าผู้ฟ้องคดี มิได้ดำเนินการตามขั้นตอนหรือวิธีการสำหรับการแก้ไขความเดือดร้อนหรือเสียหายก่อนนำคดี มาฟ้องต่อศาลตามมาตรา 42 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ ศาลปกครองจึงมิอาจรับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณาได้

(คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 1366/2559)

การแสดงความเห็นถูกปิด