บริหารงานบุคคล : ขอเรียกเงินเดือนที่ได้จ่ายไปคืนแก่หน่วยงาน

0
63

คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีเป็นข้าราชการตำรวจ สังกัดผู้ฟ้องคดี (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2552 ผู้ถูกฟ้องคดีได้ถูกเจ้าพนักงานตำรวจกองบังคับการปราบปรามจับกุมตัวพร้อมกับพวก ในข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร นำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลคันนายาวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมา ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษา ในคดีหมายเลขแดงที่ 3393/2556 ลงโทษจำคุก ผู้ถูกฟ้องคดี 2 ปี 8 เดือน และคดีถึงที่สุดแล้ว แต่ปัจจุบันยังจับกุมตัวผู้ถูกฟ้องคดีไม่ได้ ส่วนการดำเนินการทางวินัย กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษได้มีคำสั่งลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2558 ลงโทษไล่ผู้ถูกฟ้องคดีออกจากราชการฐานกระทำผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกหรือโทษที่หนักกว่าโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหรือรับโทษที่หนักกว่าโทษจำคุก และการกระทำอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2558 เป็นต้นไป กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษได้ตรวจสอบพบว่าผู้ฟ้องคดีได้จ่ายเงินเดือนให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดี ไปแล้วจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2558 โดยจ่ายเงินเดือนพร้อมเงินประจำตำแหน่งด้านการป้องกันปราบปราม (ตปป.) ประจำเดือนพฤษภาคม 2558 เป็นเงินจำนวน 25,980 บาท ให้กับผู้ถูกฟ้องคดี กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษจึงมีหนังสือลงวันที่ 25 สิงหาคม 2558 เรียกเงินคืนจากผู้ถูกฟ้องคดี แต่ผู้ถูกฟ้องคดีเพิกเฉยไม่นำเงินจำนวนดังกล่าวมาคืนให้แก่ผู้ฟ้องคดี จึงนำคดีมาฟ้องขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีคืนเงินจำนวน 25,980 บาท ให้แก่ผู้ฟ้องคดี เห็นว่า เมื่อผู้ฟ้องคดีได้จ่ายเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งประจำเดือนพฤษภาคม 2558 ให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีไปแล้ว ในขณะที่มีการจ่ายเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งนั้น ผู้ถูกฟ้องคดียังคงเป็นข้าราชการตำรวจและเป็นผู้มีสิทธิที่จะได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งตามกฎหมาย แต่ต่อมากองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษได้มีคำสั่งลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2558 ลงโทษไล่ผู้ถูกฟ้องคดี ออกจากราชการ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2558 จึงทำให้การจ่ายเงินเดือนและ เงินประจำตำแหน่ง ประจำเดือนพฤษภาคม 2558 ให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดี เป็นการจ่ายเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งไปโดยผู้ถูกฟ้องคดีไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งประจำเดือนพฤษภาคม 2558 ดังกล่าว ที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้รับจึงเป็นเงินที่รับไปโดยไม่มีมูลที่จะอ้างกฎหมายได้ ถือว่าเป็นลาภมิควรได้ ที่ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามกฎหมายสามารถใช้สิทธิฟ้องเรียกคืนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษได้มีหนังสือลงวันที่ 25 สิงหาคม 2558 เรียกเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ประจำเดือนพฤษภาคม 2558 ที่ได้จ่ายไปคืนจากผู้ถูกฟ้องคดี จึงเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องในฐานะเจ้าหนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้น การที่ผู้ฟ้องคดีนำคดีนี้มาฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อเรียกให้ผู้ถูกฟ้องคดีคืนเงินที่รับไปโดยไม่มีสิทธิ จึงไม่ใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับความรับผิดอย่างอื่นอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ แต่อย่างใด คดีไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ นั้น ชอบแล้ว

(คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ คบ.184/2559)

สรุป : เป็นลาภมิควรได้ จึงเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องในฐานะเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์, ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง

การแสดงความเห็นถูกปิด