ขั้นตอนการเวนคืนกรณีตราเป็นพระราชกฤษฎีกาฯ

0
180

ขั้นตอนการเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน

ก่อนที่รัฐจะดำเนินการเกี่ยวกับการเวนคืนได้นั้นรัฐจะต้องดำเนินการสำรวจเพื่อให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่จะทำการเวนคืนก่อน  ซึ่งบางครั้งในการเข้าสำรวจอาจไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าของหรือผู้ครอบครอง ดังนั้นรัฐจึงต้องตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการเข้าไปสำรวจที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นที่อยู่ในบริเวณเขตที่ดิน ทั้งนี้ ในการดำเนินการรัฐจะต้องปิดประกาศสำเนาแห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวพร้อมทั้งแผนที่หรือแผนผังท้ายพระราชกฤษฎีกาไว้โดยเปิดเผย ณ สถานที่ต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

กระบวนการเวนคืนกรณีที่มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนใช้บังคับนั้น เจ้าหน้าที่เวนคืนจะมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งอาจสรุปได้เป็น 4 ขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

(1) ขั้นตอนการสำรวจข้อเท็จจริง

เมื่อพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนใช้บังคับแล้ว เจ้าหน้าที่เวนคืนหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายมีอำนาจเข้าไปในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นที่อยู่ในเขตที่ดินตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกา เพื่อกระทำกิจการเท่าที่จำเป็น เพื่อทำการสำรวจและเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนที่แน่นอน โดยมีเงื่อนไขว่าต้องแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มกิจการนั้น ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ทั้งนี้ จะต้องดำเนินการสำรวจเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนที่แน่นอนให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

(2) ขั้นตอนการกำหนดจำนวนเงินค่าทดแทน

เมื่อได้ดำเนินการสำรวจบริเวณที่ที่จะต้องเวนคืนเสร็จเป็นบางส่วนหรือแล้วเสร็จทั้งหมด เจ้าหน้าที่เวนคืนจะต้องเสนอรัฐมนตรีผู้รักษาการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อทำการกำหนดราคาเบื้องต้นของอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนและจำนวนเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทน (ซึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้น”) โดยคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งดังกล่าวจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จและประกาศราคาที่กำหนดไว้ตามสถานที่ที่กำหนดไว้ ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง แต่ถ้ากรณีมีเหตุจำเป็นทำให้ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว คณะกรรมการจะขอให้รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวขยายเวลาออกไปอีกก็ได้แต่ต้องไม่เกิน 180 วัน

(3) ขั้นตอนการตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

ในระหว่างช่วงเวลาที่พระราชกฤษฎีกายังคงมีอายุใช้บังคับอยู่นั้น มาตรา 10 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 บัญญัติ ให้เจ้าหน้าที่เวนคืนหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่เวนคืนมีอำนาจตกลงซื้อขายและกำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อดำเนินการจัดซื้อและจ่ายค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวต่อไปได้ แต่ค่าทดแทนที่กำหนดนั้นต้องไม่สูงเกินไปกว่าราคาเบื้องต้นที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นกำหนดหรือที่รัฐมนตรีผู้รักษาการได้สั่งให้มีการแก้ไข และในกรณีที่ตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์กันได้ มาตรา 11 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน บัญญัติให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่ต้องจ่ายเงินค่าอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวทั้งหมดให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายภายใน 120 วัน นับแต่วันทำสัญญาซื้อขาย นอกจากนี้ ในกรณีที่สามารถตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่จะถูกเวนคืนกันได้ แต่ไม่อาจตกลงกันได้ในเรื่องจำนวนเงินค่าทดแทน กรณีเช่นนี้ก็สามารถทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่จะถูกเวนคืนนั้นได้โดยให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายรับเงินค่าทดแทนตามราคาเบื้องต้นไปก่อนและสงวนสิทธิอุทธรณ์เงินค่าทดแทนต่อรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตามมาตรา 10 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ เดียวกัน ซึ่งกำหนดระยะเวลาการจ่ายเงินค่าทดแทนก็คงต้องดำเนินการจ่ายเงินค่าทดแทนตามราคาเบื้องต้นให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ทำสัญญาซื้อขายเช่นเดียวกันกับกรณีแรก

(4) ขั้นตอนการประกาศให้การเวนคืนเป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน

นอกจากอำนาจของเจ้าหน้าที่เวนคืนที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ในกรณีที่เจ้าหน้าที่เวนคืนเห็นว่าการเวนคืนที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนไปแล้ว หากเนิ่นช้าออกไปจะเป็นอุปสรรคอย่างมากแก่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมหรือประโยชน์ของรัฐอันสำคัญอย่างอื่น คณะรัฐมนตรีมีอำนาจที่จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดให้การเวนคืนนั้นเป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วนได้ ซึ่งผลของการมีประกาศดังกล่าวจะทำให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์นั้นได้ก่อนที่จะมีการเวนคืน แต่ต้องมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน และเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่ต้องจัดให้มีการจ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนตามจำนวนที่คณะกรรมการได้กำหนดราคาเบื้องต้น โดยให้จ่ายเงินนั้นก่อนการเข้าครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์นั้นด้วย ทั้งนี้ ตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มีข้อพึงพิจารณาว่า ผลของการมีประกาศให้การเวนคืนเป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วนนี้ คือ ทำให้เจ้าหน้าที่เกิดอำนาจในการเข้าครอบครองหรือใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ที่จะเวนคืนภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายเท่านั้น หาเป็นการก่อให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่ ดังนั้น ในเวลาต่อมาจึงต้องมีการตราพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 15 เพื่อให้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นตกเป็นของเจ้าหน้าที่เวนคืน หากเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่ยินยอมตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน และเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่ต้องจัดให้มีการจ่ายเงินหรือวางเงินค่าทดแทนที่กำหนดขึ้นตามมาตรา 9 (ราคาเบื้องต้นที่คณะกรรมการกำหนด) โดยให้จ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินก่อนการเข้าครอบครองหรือใช้ที่ดินดังนั้น การที่เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่จะมีอำนาจเข้าไปครอบครองหรือใช้ที่ดินที่จะถูกเวนคืนได้เร็วที่สุดก็คงต่อเมื่อคณะกรรมการตามมาตรา 9 ได้พิจารณากำหนดและประกาศราคาค่าทดแทนเบื้องต้นแล้ว ซึ่งเมื่อพิจารณาเทียบเคียงกับกรณีที่มีการตกลงทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่จะถูกเวนคืนกันได้แล้ว ในกรณีหลังนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการกำหนดราคาค่าทดแทนเบื้องต้นแล้ว และเจ้าหน้าที่จะมีสิทธิเข้าครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์นั้นได้ต่อเมื่อได้มีการจ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนแล้วเช่นกัน

การแสดงความเห็นถูกปิด