หน่วยงานทางปกครอง ในการเป็นคู่กรณีพิพาทในคดีปกครอง

0
110

หน่วยงานทางปกครอง ในการเป็นคู่กรณีพิพาทในคดีปกครอง
ตามมาตรา 3 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 3 ให้นิยามคำว่า “หน่วยงานทางปกครอง” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น และมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจซึ่งตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ หรือพระราชกฤษฎีกา หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครอง หรือให้ดำเนินกิจการทางปกครอง

เราสามารถจำแนกหน่วยงานทางปกครองได้ ดังนี้

(1) ส่วนราชการ ได้แก่ หน่วยราชการที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ประกอบไปด้วยราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น

(2) รัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหกิจที่เป็นหน่วยงานทางปกครองต้องเป็นรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาและมีฐานะเป็นนิติบุคคลเท่านั้น ส่วนรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรีหรือระเบียบข้อบังคับของส่วนราชการที่ไม่มีความเป็นนิติบุคคล เช่น โรงงานยาสูบ องค์การสุรา โรงงานไพ่ สำนักงานธนานุเคราะห์หรือโรงรับจำนำของรัฐ เป็นต้น ก็จะมิใช่หน่วยงานทางปกครองตามความหมาย นอกจากนี้ ยังมีรัฐวิสาหกิจบางประเภทซึ่งโดยปกติจะมิใช่รัฐวิสาหกิจที่เป็นหน่วยงานทางปกครองตามความหมาย กล่าวคือ มิได้ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา แต่ถ้ารัฐวิสาหกิจประเภทนี้ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือดำเนินกิจการทางปกครองแล้ว รัฐวิสาหกิจประเภทนี้ก็อาจจะเป็นหน่วยงานทางปกครองประเภทหน่วยงานอื่นของรัฐหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือดำเนินกิจการทางปกครองได้

(3) หน่วยงานอื่นของรัฐ นอกจากหน่วยงานทางปกครองที่เป็นส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาแล้ว ยังมีหน่วยงานอื่นของรัฐที่เป็นหน่วยงานทางปกครองอีกด้วย หน่วยงานอื่นของรัฐที่เป็นหน่วยงานทางปกครองอาจแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ องค์การมหาชน หน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ และหน่วยธุรการขององค์กรที่มิได้อยู่ในบังคับบัญชาหรือกำกับดูแลของรัฐบาล

(4) หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือดำเนินกิจการทางปกครอง หน่วยงานทางปกครองประเภทนี้ หมายถึง หน่วยงานเอกชนที่ได้รับมอบหมายจากรัฐให้เป็นผู้ใช้อำนาจทางปกครอง หรือให้ดำเนินกิจการทางปกครอง อันเป็นอำนาจและกิจการที่หน่วยงานทางปกครองจะต้องดำเนินการ กฎหมายจึงให้ถือว่าหน่วยงานเอกชนที่ได้รับมอบหมายดังกล่าวเป็นหน่วยงานทางปกครองด้วย

– หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครอง หมายถึง องค์กรเอกชนที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองตามพระราชบัญญัติเฉพาะเรื่องเพื่อออกกฎ ข้อบังคับทางวิชาชีพ ควบคุมวินัยในการประกอบวิชาชีพ รับจดทะเบียนและพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และพิจารณาลงโทษเมื่อผู้ประกอบวิชาชีพกระทำผิด เช่น สภาทนายความ (พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528) สภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ (คำสั่งที่ 291/2545) สภาวิศวกร (พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542) คุรุสภา (พระราชบัญญัติครู พ.ศ.2488) เนติบัณฑิตยสภา (พระราชบัญญัติเนติบัณฑิตยสภา พ.ศ.2507) สภาวิชาชีพบัญชี (พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547) แพทยสภา (พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525) สภาการพยาบาล (พระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2528) สภาเภสัชกรรม (พระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ.2537) สมาคมยิงปืนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (คำสั่งที่ 1/54)

– หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินกิจการทางปกครอง หมายถึง องค์กรเอกชนที่ได้รับมอบหมายให้จัดทำบริการสาธารณะ ซึ่งการมอบหมายดังกล่าวทำได้ใน 2 ลักษณะ คือ

1 ดำเนินกิจการทางปกครองจากสัญญาทางปกครอง ได้แก่ สัญญาสัมปทานบริการสาธารณะ สัญญาจ้างเอกชนจัดทำบริการสาธารณะ สัญญาร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ

2 ดำเนินกิจการทางปกครองจากคำสั่งทางปกครอง ได้แก่ การมีคำสั่งอนุญาตให้หน่วยงานเอกชนจัดทำบริการสาธารณะแทนหน่วยงานทางปกครอง เช่น สำนักงานช่างรังวัดเอกชน (พระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. 2543) สถานตรวจสภาพรถยนต์ (กฎกระทรวง ฉบับที่ 37 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522)

การแสดงความเห็นถูกปิด