การร้องสอดในคดีปกครอง

0
288

ในเรื่องของการร้องสอดในคดีปกครองนั้น บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่กรณีอาจเข้ามาเป็นคู่กรณีได้ด้วยการร้องสอด ทั้งนี้ ให้นำความในมาตรา 57 และมาตรา 58 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

 หลักเกณฑ์การร้องสอดในคดีปกครอง
(1) เข้ามาเป็นคู่กรณีฝ่ายที่สาม เป็นกรณีที่บุคคลภายนอกเข้ามาในคดีด้วยความสมัครใจเอง เพราะเห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณา หรือเมื่อตนมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีนั้น
(2) เข้ามาเป็นคู่กรณีร่วม เป็นกรณีบุคคลภายนอกเข้ามาในคดีด้วยความสมัครใจเอง เพราะตนมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีนั้น โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลไม่ว่าเวลาใดๆ ก่อนมีคำพิพากษาขออนุญาตเข้าเป็นผู้ฟ้องคดีร่วมหรือผู้ถูกฟ้องคดีร่วม หรือเข้าแทนที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียทีเดียว โดยได้รับความยินยอมของคู่ความฝ่ายนั้น
(3) ศาลหมายเรียกให้เข้ามาในคดี
(3.1) ตามคำขอของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งแสดงเหตุว่าตนอาจฟ้องหรือถูกคู่ความเช่นว่านั้นฟ้องตนได้เพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือเพื่อใช้ค่าทดแทน ถ้าหากศาลพิจารณาให้คู่ความเช่นว่านั้นแพ้คดี
(3.2) โดยคำสั่งของศาล กรณีศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคำขอในกรณีกฎหมายบังคับให้บุคคลภายนอกเข้ามาในคดี หรือศาลเห็นจำเป็นที่จะเรียกบุคคลภายนอกเข้ามาในคดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม แต่ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเรียกบุคคลภายนอกเข้ามาในคดีดังกล่าวแล้วให้เรียกด้วยวิธียื่นคำร้องเพื่อให้หมายเรียกพร้อมคำฟ้อง หรือคำให้การ หรือในเวลาใดๆ ต่อมาก่อนมีคำพิพากษาโดยได้รับอนุญาตจากศาล

 ผลของการร้องสอด
          ผู้ร้องสอดที่ได้เข้ามาเป็นคู่ความด้วยความสมัครใจเองเพราะเห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อให้ได้รับความรับรองคุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ หรือเมื่อตนมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษา หรือมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57 (1) และกรณีถูกหมายเรียกให้เข้ามาในคดีตามคำขอของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือโดยคำสั่งศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57 (3) มีสิทธิเสมือนหนึ่งว่าตนได้ฟ้อง หรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ ซึ่งผู้ร้องสอดอาจนำพยานหลักฐานใหม่มาแสดงคัดค้านเอกสารที่ได้ยื่นไว้ คัดค้านพยานบุคคลที่ได้สืบมาแล้ว และคัดค้านพยานหลักฐานที่ได้สืบไปแล้วก่อนที่ตนได้ร้องสอด และอาจอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลได้
สำหรับผู้ร้องสอดด้วยความสมัครใจเองเพราะตนมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีขอเข้าเป็นผู้ฟ้องคดีร่วมหรือผู้ถูกฟ้องคดีร่วมในชั้นพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57 (2) ห้ามมิให้ใช้สิทธิในทางที่ขัดกับสิทธิของผู้ฟ้องหรือผู้ถูกฟ้องคดีเดิม หรือผู้ร้องสอดขอเข้าแทนที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และศาลอนุญาตให้เข้าแทนที่ผู้ฟ้องคดีหรือผู้ถูกฟ้องคดี ผู้ร้องสอดจึงมีฐานะเสมอด้วยคู่ความที่ตนเข้าแทน และผู้ฟ้องคดีหรือผู้ถูกฟ้องคดีฝ่ายที่มีผู้ร้องสอดเข้าแทนที่ต้องผูกพันตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลทุกประการเสมือนมิได้มีการเข้าแทนที่กัน
เมื่อศาลปกครองได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว ถ้ามีข้อเกี่ยวข้องกับคดีเป็นปัญหาจะต้องวินิจฉัยในระหว่างผู้ร้องสอดกับคู่ความฝ่ายที่ผู้ร้องสอดขอเข้ามาร่วม หรือที่ผู้ร้องสอดถูกหมายเรียกให้เข้ามาร่วม ผู้ร้องสอดย่อมต้องผูกพันตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง เว้นแต่เนื่องจากความประมาทเลินเล่อของคู่ความฝ่ายที่ผู้ร้องสอดเข้ามาร่วมทำให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีช้าเกินสมควรที่จะแสดงข้อเถียงอันเป็นสาระสำคัญหรือเมื่อคู่ความฝ่ายที่ผู้ร้องสอดเข้ามาร่วม จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงมิได้ยกขึ้นซึ่งข้อเถียงในปัญหาข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญซึ่งผู้ร้องสอดมิได้รู้ว่ามีอยู่

การแสดงความเห็นถูกปิด